Emergency Call Language : TH | EN

     คนเกาะเต่าใจดี  ให้กินฟรี 1 วัน 1 ร้าน 1 อย่าง  ที่จัดขึ้นเพื่อแทนบุญคุณนัก
ท่องเที่ยวที่มาเยือนสร้างรายได้ให้กับทุกครอบครัวในเกาะเต่า ไม่มีบ้านใดที่ไม่มีรายได้จากกิจกรรมท่องเที่ยวของเกาะเต่า  ดังนั้น ทุกปี ในวันนี้ 18 มิถุนายน 2558  ชาวเกาะเต่า พร้อมใจกัน ตอบแทนนักท่องเที่ยว ด้วยการปักธงสัญญลักษณ์ หน้าบ้านคนชาวเกาะใจดี “กินฟรี 1 วัน 1 ร้าน 1 อย่าง” ทั่วทั้งเกาะ  ปีนี้ มีผู้ประกอบการร่วมงานจัดหา “ของอร่อย” มาให้กินฟรีกันมากกว่า 160  ร้าน 

     ทั้งอาหารคาวหวาน ขนมไทยที่ปกติ ไม่มีจำหน่าย หากินบนเกาะยาก ผัดไทยพื้นเมืองแบบสไตล์ไชยา จังหวัดสุราษฏร์ธานี ก็มีให้เบียดเสียดรอคิวกันยาว กว่าจะได้กิน คนผัดก็ผัดไม่ทัน รวมไปถึงส้มตำ หมูย่าง หมูทอด ขนมจีน ก็มีพร้อมให้กินได้ทั้งวัน ไม่มีหมด ผ่านไปไม่กิน มีโกรธ 

    กิจกรรมอีกอย่าง เพื่อเกาะเต่ายั่งยืน ก็จะร่วมใจกันทำกิจกรรม เก็บขยะใต้น้ำ ปล่อยเต่า ปล่อยหอยมือเสือและปลูกปะการัง 

    ทั้งหมดนี้ หวังให้ เกาะเต่า เป็นแหล่ง “หากิน”สร้างรายได้จากการท่องเที่ยวได้อย่างยั่งยืน



 

     ปีนี้ เกาะเต่าได้รับเลือกว่า ให้เป็น ท้อปไฟว์ หนึ่งในห้าของแหล่งท่องเที่ยวที่น่าเที่ยวที่สุดของโลกและได้รับเลือกเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวโหวตให้เป็นที่ที่น่าเที่ยวที่สุดอันดับหนึ่งแห่งเอเชีย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “โลกใต้ทะเล”ของเกาะเต่า เป็นความงดความที่นักดำน้ำปีละกว่า 5 แสนคน ได้เคยเดินทางมา “ฝึกดำน้ำทะเล”และสัมผัสความงามของโลก
ใต้ท้องทะเลเกาะเต่า

     เกาะเต่าเป็นแหล่งผลิตนักดำน้ำที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมที่ดีที่สุดของโลกในขณะนี้ เป็นคำยืนยันจาก อาจารย์ศรันต์ กิตติวัณณะกุล ที่เป็นครูสอนครูว่ายน้ำระดับแอดวานซ์ หรือระดับปริญญาเอกของโลก ที่ประจำอยู่ที่เกาะเต่าแห่งนี้  ท่านยังเป็นประธานมูลนิธิเพื่อทะเลด้วย ทำหน้าที่ในการอนุรักษ์เกาะเต่า น้ำทะเล ปะการังและทุกสิ่งอย่างที่เป็นสมบัติที่ธรรมชาติให้มาอย่างครบถ้วนที่เกาะเต่า

     อาจารย์ศรันต์ กล่าวว่า เกาะเต่าไม่ใช่จะสวยมากเมื่อเทียบกับแถบอันดามัน แต่ความสำคัญของเกาะเต่ากับนักดำน้ำ ก็คือ เป็นเกาะที่มีความร้อนเย็น ของน้ำเหมาะสมกับการดำน้ำ  มีระดับความลึกของทะเล เหมาะกับการเรียนรู้วิธีการดำน้ำ ตั้งแต่ระดับเริ่มเรียนเริ่มฝึก ระดับการหาประสบการณ์ ระดับการเป็นครูฝึก และระดับการสอนครูฝึกเพื่อไปสอนดำน้ำ 

 


     ด้วยเหตุนี้  วันนี้ เกาะเต่า จึงคึกคักไปด้วย “นักดำน้ำ” จากนานาชาติ โดยเฉพาะชาวยุโรป ตลอดทั้งปี เพราะทะเลในยุโรป มีความหนาวเย็น เกินกว่าจะฝึกได้ และนักดำน้ำยุโรป ยังให้ความสำคัญกับสำนึกในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมมาก เมื่อได้มาดำน้ำที่เกาะเต่าแล้ว พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “ปะการังเกาะเต่า”สวยงามและมีที่สมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกใต้
ท้องทะเล ทุกคนมาที่นี่ ล้วนบอกว่า มีความสุข ความภูมิใจที่ได้มาฝึก เรียนรู้และเคยดำน้ำที่เกาะเต่ามาแล้ว

     ครูสอนดำน้ำในโรงเรียนสอนครูสอนดำน้ำ อาจารย์ศรันต์ กิตติวัณณะกุล ที่ได้รับการรับรองจากองค์กรดำน้ำนานาชาติ  PADI  เป็นผู้อำนวยการสอนการดำนน้ำที่ BAN’S DIVING RESORT ที่เปิดการสอนตลอดปี มีนักดำน้ำระดับครู มาเรียนทั้งจากยุโรปและเริ่มมีชาวจีนและเกาหลี  เดินทางมาเพิ่มเรียนมากขึ้น ความแตกต่างระหว่างนักดำน้ำชาวยุโรปกับเอเชีย ก็คือ ชาวยุโรป มีจิตสำตึกด้านสิ่งแวดล้อม มากกว่าชาวเอเชีย แล้วเกาะเต่า ยังจะเป็นเกาะที่สวยงามตลอดไปได้หรือไม่  หากมีการท่องเที่ยวแบบไม่มีจิตสำนึกรักษาสิ่งแวดล้อม น่ายินดีว่า จากการสำรวจของนักวิชาการด้านทะเล พบว่า  ขณะที่ปะการังใต้ทะเลไทย หลายแห่ง ล้วนมีแนวโน้มลดลงและสูญเสียไปจากภาวะมลพิษที่เกิดขึ้น แต่กลับพบว่า ปะการังที่เกาะเต่า มีแนวโน้ม เพิ่มขึ้น มากขึ้น  น้ำสะอาดขึ้น 
 

     เกาะเต่าอยู่รอด คนเกาะเต่าก็อยู่รอด
     ชาวเกาะเต่า ตระหนักถึงความสำคัญของสิ่งแวดล้อม จากการลงทุนและนักท่องเที่ยวที่เดินทางมา 5 แสนคนต่อปี ในเกาะเล็ก ๆ แห่งนี้ หากไม่ใส่ใจในสิ่งแวดล้อมแล้ว อนาคตของเกาะเต่าและทะเลอ่าวไทยอันใสสะอาดนี้ ก็คงจะ “หมดสิ้น” ไปในอีกไม่นาน 

     ด้วยเหตุนี้ ชาวเกาะเต่า จึงได้ร่วมมือกัน ตั้ง “ศูนย์เรียนรู้รักษ์แบน” เป็นความพยายามที่จะ “จัดการ” สิ่งที่เรียกกันว่าขยะที่อยู่บนเกาะ ให้สามารถนำกลับมาใช้ให้เป็นประโยชน์หมุนเวียนบนเกาะ แทนที่จะก่อให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมและทิ้งของเสีย น้ำเสีย ขยะ ลงสู่งทะเลอย่างมักง่าย ซึ่งนำมาแต่ผลเสียต่อเกาะเต่าแห่งนี้ 

 

 

     คุณรำลึก อัศวชิน ประธานศูนย์เรียนรู้รักษ์แบน เกาะเต่า  กลุ่มของชุมชน ที่แข็งขัน มุ่งทำกิจกรรมให้เกาะเต่าสวยด้วยมือคนเกาะเต่าเอง กล่าวว่า จากประโยชน์ที่ได้จากธุรกิจด้านการท่องเที่ยวที่ทำอยู่บนเกาะนั้น จึงต้องการที่จะตอบแทนดินแดนแห่งนี้ 

     คุณรำลึก เริ่มทำงานที่นี่ตั้งแต่อายุ 15 ปี ตั้งแต่เกาะเต่ายังไม่เป็นที่รู้จักจนเป็นเกาะที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาจากทั่วโลก แรก ๆ นักท่องเที่ยวน้อย ไม่มีปัญหา แต่ขณะนี้ผู้คนเดินทางเข้ามานับแสน ๆ จึงคิดว่า หากไม่ดำเนินกำจัดขยะของเสียให้ถูกต้อง ก็จะเกิดความเสียหายในอนาคต 

     การให้เกาะสะอาดได้นั้น ศูนย์เรียนรู้รักษ์แบน เป็น “แบบอย่าง” ในการจัดขยะ เริ่มตั้งแต่การแยกขยะตั้งแต่เริ่มต้นจนปลายทาง  นำมาแยกส่วนที่นำไปทำเป็นผลิตภัณฑ์ บางส่วนทำเป็นน้ำหมักจีเอ็ม บางส่วนนำไปหมักทำแก๊สชีวภาพ นำไปทำปุ๋ย ใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่า พร้อมกับรณรงค์ในการรักษาสิ่งแวดล้อมให้นักท่องเที่ยวได้รับรู้และช่วยกันตั้งแต่เริ่มเข้ามาถึงเกาะและภายในห้องพัก พร้อม ๆ กันนั้น พันธมิตรเครือข่าย ชุมชน ก็ร่วมกันในการดำเนินการช่วยกันดูแลรักษาธรรมชาติ ให้ยั่งยืน อยู่ต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกได้ยาวนาน  หากช่วยกันรักษา ส่วนน้ำที่ใช้แล้ว จากธุรกิจโรงแรม ที่พัก ก็นำมาบำบัด แล้วนำไปใช้ในการรดน้ำในสวนและอื่น ๆ ที่เป็นประโยชน์  


     ขณะเดียวกัน ชุมชนชาวเกาะเต่า ก็ร่วมมือกันประกาศ “ปฏิญญาเกาะเต่า” ด้วยจิตสำนึกในการรักษาสิ่งแวดล้อมในเกาะเต่าและทะเลโดยรอบ มีเป้าหมายร่วมกันอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมแหล่งท่องเที่ยวที่งดงามตามธรรมชาติและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน มิให้มีการตายหรือเสียชีวิต ไม่ว่าด้วยเหตุใดอีกต่อไป  ไม่ให้ทั้งเกาะ ทะเล ปะการัง น้ำและพื้นน้ำ มีแต่ความงาม ความสะอาด ความร่วมมือร่วมใจ นี้เกิดจากใจ ได้ผลโดยไม่ต้องมีกฎหมายบังคับ  ให้รักษาวิถีท่องเที่ยวที่มีธรรมชาติที่ยังยืน สวยงาม และ “สะอาด” ไม่ทำวันนี้ ลูกหลานก็ไม่มีอาชีพ มีรายได้เช่นนี้อีก

 

 

Share