สายฉุกเฉิน ภาษา : TH | EN

ปกติไม่ค่อยจะเขียนรีวิวเกี่ยวกับร้านอาหารเท่าไหร่ แต่ตอนนี้คิดว่าต้องเริ่มเขียนแล้ว ตั้งแต่ น้ำหนักแอดขึ้นมา 6 กิโล เนื่องจากการตระเวนกิน อย่างตายอดตายอยาก และแล้วก็นึกถึงร้านโปรดร้านประจำ จึงรีบพุ่งตัวไปทานมาเมื่อวาน นั่นคือ 

Tororo Sushi ร้านนี้แอดค้นพบครั้งแรกเมื่อประมาณ 3 ปี ที่แล้ว จนถึงปัจจุบัน แอดก็ยังคงกระหน่ำทานอย่างต่อเนื่อง เพราะคุณภาพอาหาร และรสชาติที่ไม่เคยทำให้ผิดหวัง

 

Tororo Sushi พิกัดของร้าน ตั้งอยู่ในตึก ถัดมาจากบ้านไร้กาแฟ ซอย สุขุมวิท 63 เอกมัย 

- หากเดินทางมาโดยรถยนต์ส่วนตัว สามารถจอดรถที่ตึก Horizon ได้เลย 

- หากเดินทางมาโดยรถไฟฟ้า ลงสถานีเอกมัย ช่องทางออกวัดธาตุทอง และเดินย้อนกลับมาตรงสี่แยกเอกมัย เลี้ยวขวา ผ่านบ้านไร่กาแฟตรงมาเรื่อย ๆ ไม่ไกลค่ะ เดินได้ ชิว ๆ 

 

โดยบรรยากาศภายในร้านตกแต่งด้วยไม้ ให้ความรู้สึกอบอุ่น บรรยากาศเหมือนอยู่ญี่ปุ่น ด้วยต้นซากุระปลอม อยู่รายรอบ และโซนเคาเตอร์กระจก ที่โชว์วัตถุดิบสดใหม่ให้ลูกค้าได้เลือกสรร เหมือนไปเดินตลาดปลาซึกิจิ 

มาเริ่มกันที่เมนูแรกเลย คือซุปใส (ฟรีนะ ถ้วยเล็ก ๆ น่ารัก) เป็นน้ำซุปที่ใสมากจริง ๆ ไม่รู้ว่าทำได้ยังไง ให้หน้าตาเหมือนน้ำเปล่า ที่มีรสชาติกลมกล่อม ไว้ซดเพลิน ๆ ระหว่างรออาหาร และมีกลิ่นของมิโซะเล็ก ๆ 

โดย ซุปนี้มักเสริฟคู่มากับ Starter โดย Starter ของร้านมี 3 อย่างหลัก ๆ คือ ถั่วแระญี่ปุ่น ไข่ตุ๋น และปลาแซลม่อนต้มเค็มหวาน

เป็นของโปรดของแอด ถึงขนาดต้องขอทางร้านให้แบ่งขายเพื่อจะซื้อเก็บไว้ทานที่บ้าน รสชาติเค็ม ๆ หวาน ๆ กับปลาแซลม่อนเนื้อนุ่ม แต่ไม่เปื่อย โดยเมนูนี้ ทางร้านต้องเคี่ยวทิ้งไว้ถึงสองวัน เพื่อให้เข้าเนื้อ อร่อยมากกกกกจริง ๆ 

ต่อมา คือ Salmon Sashimi (ซาซิมิอย่างอื่นก็อร่อยนะ ไม่ว่าจะเป็น Ama Ebi กุ้งตัวใส ๆ เนื้อหว้านนนหวาน หรือว่าจะเป็น Hotate หอยเชลล์สด เนื้อหวาน)

Salmon ที่นี่หั่นเนื้อหนากำลังดี ไม่หนาเกิน และไม่บางเป็นกระจก เนื้อสวย คุณภาพเกรดพรีเมี่ยมสุด ๆ อันนี้แอดว่าสมราคาเลย 

เมนูต่อมาเรียงจากซ้ายไปขวา 

ชิ้นแรกจัด Otoro Sushi เป็นส่วนของปลาที่มีปริมาณไขมันแทรกอยู่ทั่วชิ้น นุ่มมากกก และ Toro Salmon เป็นแซลม่อนส่วนท้อง ที่จะมีความมันเป็นพิเศษ โดยส่วนตัวแอดชอบอีกแล้ว แต่อาจไม่ถูกปากหากใครไม่ชอบอาหารมัน ๆ 

ต่อมาคือ Ama Ebi หรือ กุ้งหวาน กุ้งสดแต่รสชาติหวานมาก อร่อยอีกเช่นกัน

และ Kani Miso คือมันปูนั่นเอง หอมมัน มีรสเค็ม ๆ ของทะเลนิด ๆ 

จานต่อมา เรียงจากซ้ายไปขวา เริ่มกันด้วย Matsusaka เนื้อแทรกมัน ที่นำไปเผาเล็ก ๆ ให้หอมมัน เนื้อนุ่มและหอมมาก ตรงกลางยังเป็นสีอมชมพู ๆ ไม่สุกมาก

และเมนูโปรด จานประจำที่ต้องสั่ง คือ Enkawa เป็นส่วนของครีบด้านบนและล่างของปลาซีกเดียว ลักษณะพิเศษของปลาซีกเดียวคือ มองผิวเผินเหมือนมีแค่ด้านเดียว 

ตัวแบนราบ หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ ปลาลิ้นหมา โดยเนื้อส่วนนี้จะมีสีขาว รสสัมผัสกรุบกรอบ มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว โดยเฉพาะเมื่อนำไปเผาไฟนิด ๆ 

สองชิ้นสุดท้ายคือ Fole Gras หรือ ตับห่าน ให้ความหอมเฉพาะตัวเมื่อเผาไฟ พร้อมซอสที่ราดด้านบนพร้อมไข่ปลา โดยเมนูนี้แอดแนะนำให้ทานก่อนเป็นอันดับแรกนะค่ะ มิเช่นนั้นแล้ว Fole Gras จะเย็นตัวและแข็งขึ้น 

ต่อมาคือ Jin-Tara ปลาหิมะ นำไปเผาไฟอ่อน ๆ รสชาติหวานมัน และกรุบกรอบแต่น้อยกว่า Enkawa เนื้อแน่นแต่ไม่แน่นจนเกินไป นุ่มกำลังดี อร่อยค่ะ

 สุดท้าย ปิดท้ายกันที่ของหวาน คือ Hokkaido Milk Rolls โรลครีมนมแท้ ๆ จาก ฮอกไกโด เนื้อขนมปังนุ่มมาก ครีมก็หวานมันแต่ไม่หวานจนเกินไป โรยหน้าด้วยน้ำตาลไอซิ่ง เป็นการปิดท้ายมื้ออาหารอย่างลงตัว 

 

Tororo Sushi เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกสำหรับคนชอบทานปลาดิบที่แอดแนะนำให้ลอง ยังไงโทรไปสอบถามได้ที่เบอร์ 02 714 2228 หรือไลน์ @tororosushi กันนะค่ะ 

(ขอขอบคุณรูปประกอบบางส่วนจากอินเตอร์เน็ตมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ)

 

 

Share