สายฉุกเฉิน ภาษา : TH | EN

     ปีนี้ เกาะเต่าได้รับเลือกว่า ให้เป็น ท้อปไฟว์ หนึ่งในห้าของแหล่งท่องเที่ยวที่น่าเที่ยวที่สุดของโลกและได้รับเลือกเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวโหวตให้เป็นที่ที่น่าเที่ยวที่สุดอันดับหนึ่งแห่งเอเชีย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “โลกใต้ทะเล”ของเกาะเต่า เป็นความงดงามที่นักดำน้ำปีละกว่า 5 แสนคน ได้เคยเดินทางมา “ฝึกดำน้ำทะเล” และสัมผัสความงามของโลกใต้ท้องทะเลเกาะเต่า

     เกาะเต่าจะเป็นแหล่งผลิตนักดำน้ำที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมให้กับโลกใบนี้

     เกาะเต่า วันนี้ คึกคักไปด้วย “นักดำน้ำ” จากนานาชาติ โดยเฉพาะชาวยุโรป ที่มีความสำนึกในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมมาก เมื่อได้มาดำน้ำที่เกาะเต่าแล้ว พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “ปะการังเกาะเต่า”สวยงามและมีที่สมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกใต้ท้องทะเลและมีความสุข ความภูมิใจที่จะบอกว่าเคยดำน้ำที่เกาะเต่ามาแล้ว

โดยมี ครูสอนดำน้ำที่ผลิตครูสอนดำน้ำ ที่ได้รับการรับรองจากองค์กรดำน้ำนานาชาติ  PADI  เป็นผู้อำนวยการสอนการดำนน้ำที่ BAN’S DIVING RESORT ที่เปิดการสอนตลอดปี 

     แต่ละวัน ยังมี “one day trip” คนจากยุโรปและเอเชีย ต่างเดินทางผ่านชุมพร สุราษฏร์ธานี สมุย พะงัน ต่างมุ่งหน้าเดินทางมาชมความงามแล้วจากไป วันละไม่ต่ำกว่า 500 คน 
 

     นางสาวสายโพยม สมสุข หัวหน้างานประสานงานการท่องเที่ยวเกาะสมุย เกาะพะงันและเกาะเต่า เกาะนางยวน จ.สุราษฎร์ธานี  กล่าวว่า แต่ละปี มีนักท่องเที่ยวกว่า 5 แสนคน เดินทางมาเยือน “เกาะเต่า” แห่งนี้  สร้างรายได้มากกว่า 5,500 ล้านบาทต่อปี แล้วเกาะเต่า ยังจะเป็นเกาะที่สวยงามตลอดไปได้หรือไม่  หากมีการท่องเที่ยวแบบไม่มีจิตสำนึกรักษาสิ่งแวดล้อม เหมือนอย่างนักท่องเที่ยว นักดำน้ำยุคก่อน ๆ ที่มีจิตสำนึก ได้เดินทางมาและรักษาทะเลไว้ให้มานานกว่า 50  ปี แล้วต่อไปจะอยู่ได้อีกกี่ปี สิ่งที่ชาวบ้านเป็นห่วงการท่องเที่ยวเช่นนี้ จะยั่งยืนหรือไม่ ? เพราะทุกบ้านมีส่วนที่มีรายได้จากการท่องเที่ยว ก็คือ การท่องเที่ยวที่พัฒนาไปอยู่นี้ จากหมู่เกาะที่ห่างไกล กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวจากชาวตะวันตกและเริ่มมีนักท่องเที่ยวเอเชียเข้ามาท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นนั้น ทรัพยากรที่มีอยู่ จะยั่งยืนถึงลูกหลานหรือไม่ สิ่งแวดล้อมจะถูกทำลายไปพร้อมกับการท่องเทียวอีกมากเท่าไร แล้วถึงเวลานั้น จะเหลืออะไรไว้ให้ลูกหลาน อีกต่อไป 

     ดังนั้น สำนักงาน ททท.ที่นี่ จีงได้ร่วมกับชุมชนและภาครัฐ จัดงานโลกใต้ทะเลเกาะเต่า ขึ้นในปีนี้เป็นครั้งที่  13 ระหว่างวันที่ 18-19  มิถุนาย 2558 เน้นความร่วมมือสร้างจิตสำนึก “อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม” อนุบาลรักษาสิ่งแวดล้อมให้ “ยั่งยืน” สืบทอดต่อไปถึงลูกหลาน ก็ยังมีความงามให้นักท่องเที่ยว
จากที่ต่าง ๆ ยัง ต้องการอยากเดินทางข้ามทะเลเข้าท่องเที่ยวชมความงามที่ธรรมชาติได้มอบไว้ให้รองรับนักท่องเที่ยวที่นับวันจะเพิ่มขึ้นทุกวัน

 

     การรักษาความสะอาดและสิ่งแวดล้อม จึงเป็น “ปัจจัยหลัก” ของการรักษาเกาะเต่าให้อยู่รอด ยั่งยืนได้ หากไร้จิตสำนึกนี้ อีกไม่นานทรัพยากรก็จะหมดและทำงานไป  อย่างเช่นปะการัง ที่งดงามนั้น โดยทั่วถิ่นไทยนั้น ปะการัง มีแนวโน้มฟอกขาวและตายไป หายสาบสูญไป จากสิ่งแวดล้อมที่เน่าเสียและจากฝีมือนักท่องเที่ยวที่ไร้จิตสำตึก ทำลายความงามจนหมดสิ้น ไม่ใช่แต่มาเที่ยวแต่ยังมาทำลายพร้อมกันไป

     ชาวเกาะเต่า ตระหนักในสิ่งนี้ จึงได้ร่วมมือกัน ประกาศ “ปฏิญญาเกาะเต่า” เป็นความร่วมมือจากจิตสำตึกของชุมชนชนเกาะเต่าและผู้ประกอบการท่องเที่ยวในเกาะเต่าจะต้องร่วมมือกัน ลุกขึ้นมา จัดการเพื่อที่จะรักษาสิ่งที่เป็น “เส้นเลือด”ใหญ่ 

     ทั้งร่วมมืออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมแหล่งท่องเที่ยวที่งดงามตามธรรมชาติและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน มิให้มีการตายหรือเสียชีวิต ไม่ว่าด้วยเหตุใดอีกต่อไป  ขาดความงามและความมั่นใจในสิ่งเหล่านี้ ก็จะไม่มีใครเดินทางมาแน่ หากเดินทางมาแล้ว ไม่ปลอดภัยถึงชีวิต พร้อมกันนั้น ชาวประมง ยังร่วมมือกัน “หยุด” จับปลาสวยงามในแนวประการัง
เพราะสำรวจปลางดงามหายไปมาก จึงต้องเรียนรู้และป้องกันความสูญเสียที่จะเกิดขึ้นต่อไป ทั้งนี้ เป็นความร่วมมือร่วมใจ โดยไม่ต้องมีกฎหมาย แต่เป็นสัจจปฏิญญาร่วมกัน เพื่อรักษาวิถีท่องเที่ยวที่มีธรรมชาติที่ยังยืน สวยงาม และ “สะอาด”  ชุมชนเกาะเต่าที่มีอาชีพประมง ประกาศหยุดวางรอบจับสัตว์น้ำในทะเล ทั้งนี้ เพื่อหวังให้ “ลูกหลานชาวเกาะเต่า” มีอาชีพท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนไปถึงชั่วลูกหลานต่อไป

     ไม่ทำวันนี้ ลูกหลานก็ไม่มีอาชีพ มีรายได้เช่นนี้อีก

     พร้อมกันนั้น ก็ต้องแสวงหาวิธี “สื่อสาร” ให้ชาวเกาะและนักท่องเที่ยว ให้ร่วมกันใช้ทรัพยากรร่วมกันอย่างระมัดระวังและยั่งยืน 

     ความร่วมมือประกาศปฏิญญญาเกาะเต่า จึงเิกิดขึ้นในวันนี้ เพื่อร่วมกันอนุรักษ์และใช้ทรัพยากรใต้ทะเลร่วมกันอย่างยั่งยืน โดยความร่วมมือของชุมชนเกาะเต่า ตั้งแต่ชมรมรักษ์เกาะเต่า เทศบาลตำบลเกาะเต่า ผู้ประกอบการเรือทัวร์ สถานประกอบการสอนดำน้ำ มัคคุเทศน์นำเที่ยวใต้ทะเล ทั้งเกาะสมุย เกาะพะงันและเกาะเต่า ได้จับมือร่วมกันประกาศปฏิญญาเกาะเต่า ให้รู้จึงสิ่งที่ควรและต้องทำ ตั้งแต่วันนี้เพื่ออนาคตของลูกหลาน พร้อมกันนั้นเพื่อแทนบุญคุณนักท่องเที่ยวที่มาเยือนสร้างรายได้ ในวันนี้ 18 มิถุนายน 2558  ชาวเกาะเต่า พร้อมใจกัน ตอบแทนนักท่องเที่ยว ด้วยการปักธงทุกบ้านแบบใจดี “ฟรี 1 วัน 1 ร้าน 1 อย่าง” ทั่วทั้งเกาะ กิจกรรมเพื่ออยู่อย่างยั่งยืน ก็จะร่วมใจกันทำกิกรรม เก็บขยะใต้น้ำ ปล่อยเต่า ปล่อยหอยมือเสือและปลูกปะการัง 

ทำได้นาน ทำได้เร็ว เกาะเต่า ก็ “หากิน” จากการท่องเที่ยวได้ยั่งยืน

Share